สิทธิมนุษยชนและชุมชน
ความสำคัญและความมุ่งมั่นขององค์กร
บริษัทตระหนักดีว่าการดำเนินงานขององค์กรย่อมมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียอื่น บริษัทจึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าแก่ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ เพื่อเป็นรากฐานของความมั่นคงและความยั่งยืนในระยะยาว
โอกาส และผลกระทบ
บริษัทเคารพและส่งเสริมกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งองค์กร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านทรัพยากรบุคคลอันเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจ และการส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสู่มือผู้บริโภค ตลอดจนขยายขอบเขตการดูแลไปยังชุมชนและสังคม เพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อกระบวนการดำเนินงานและภาพลักษณ์ของบริษัท
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 3:
เป้าหมายที่ 5:
เป้าหมายที่ 8:
เป้าหมายที่ 10:
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
| ตัวชี้วัดและเป้าหมายการดำเนินการในปี 2568 | ผลการดำเนินงานปี 2568 |
|---|---|
| จำนวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นศูนย์ |
จำนวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็น
|
| การสำรวจความผูกพันต่อองค์กร |
ดำเนินการทุก 2 ปี โดยปี 2567 มีคะแนนความผูกพันต่อองค์กร คะแนน จากคะแนนเต็ม 6 คะแนน
|
| จ้างงานคนพิการ จำนวน 55 อัตรา (กลุ่มล็อกซเล่ย์) |
จ้างงานคนพิการรวม
กลุ่มล็อกซเล่ย์ รวม อัตรา
บมจ. ล็อกซเล่ย์ รวม อัตรา
|
| เสริมสร้างการเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ จำนวน 150 คน |
เสริมสร้างการเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ คน
|
แนวทางการบริหารจัดการ
กลยุทธ์
การบริหารจัดการ
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
1. จัดทำและประกาศนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน
เพื่อเป็นข้อผูกพันเชิงนโยบาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับยึดถือปฏิบัติ
2. ระบุความเสี่ยงและประเด็นสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน
โดยระบุขอบเขตประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง จากการทบทวนปัญหาสิทธิมนุษยชนจากกลุ่มธุรกิจที่ใกล้เคียงกันและจากการวิเคราะห์ของสื่อต่างๆ โดยระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจริงและมีโอกาสเกิดขึ้นที่ครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับแรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก เสรีภาพในการสมาคม สิทธิในการเจรจาต่อรอง ค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติ และการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งระบุกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ
3. ประเมินระดับความเสี่ยง โอกาสและผลกระทบที่อาจส่งผลต่อสิทธิมนุษยชน
ทำการประเมินความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชนโดยพิจารณาขนาดความรุนแรงของผลกระทบ และโอกาสในการเกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัท ประเด็นความเสี่ยงด้านมนุษยชนที่ได้รับการประเมินในระดับที่สูงถึงสูงมาก จะมีการพิจารณาทบทวนแนวทางบริหารจัดการของบริษัทในปัจจุบัน ให้สอดคล้องกับผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
4. กำหนดมาตรการป้องกัน บรรเทาผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น และกลไกการเยียวยา
เมื่อมีการระบุว่าบริษัทเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการลดและควบคุมผลกระทบให้อยู่ในระดับต่ำหรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยมีรูปแบบการเยียวยาดังนี้
- การชดเชยในรูปแบบที่เป็นตัวเงิน โดยพิจารณาตามหลักกฎหมาย ระเบียบมาตรการของบริษัท และความเหมาะสม
- การชดเชยในรูปแบบที่มิใช่ตัวเงิน เช่น การขอโทษ การให้ความช่วยเหลือหลังประสบเหตุ
ทั้งนี้ การกำหนดกลไกในการเยียวสำหรับแต่ละเหตุการณ์อาจมีความแตกต่างกันออกไปตามสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยผ่านการกระบวนการปรึกษาหารือไกล่เกลี่ย ซึ่งบริษัทให้สิทธิ์ผู้ได้รับผลกระทบในการเข้าร่วมเจรจาต่อรองบนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน
5. ติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
เพื่อปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงาน รายงานต่อผู้บริหาร และเปิดเผยต่อสาธารณะ




